“รู้ฟิต” พิชิตความชรา


วิทยากร: โดยเครือข่ายคนไทยไร้พุง


“ผู้สูงอายุ” นอกจากจะเป็นวัยที่ต้องใส่ใจเรื่องอาหารการกินแล้ว การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นวัยที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทำให้การจะเคลื่อนไหวออกกำลังกายเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับวัยเก๋า เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำไม่ถนัดเหมือนตอนยังหนุ่มสาว แต่รู้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายไม่ว่าจะอยู่ช่วงอายุใดก็ล้วนมีความสำคัญ เพราะจะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพดี ป้องกันโรคต่าง ๆ รวมถึงชะลอความเสื่อมของร่างกายให้แก่ช้าลง!

วัยเก๋าทั้งหลายอย่าเพิ่งถอดใจว่าตนเองทำไม่ได้…เพียงแค่เราเรียนรู้วิธีออกกำลังกายให้ถูกวิธีและเหมาะสมกับวัย อาจจะเริ่มต้นจากการขยับอย่างง่าย ๆ อย่างกิจกรรม Chair exercise ที่มีเก้าอี้เพียงตัวเดียวก็สามารถออกกำลังกายได้ ที่เครือข่ายคนไทยไร้พุงนำมาสอนในครั้งนี้


“ออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ ฮา-ไฮ ฮา-ไฮ…”

Chair exercise คือ กิจกรรมออกกำลังกายที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตชาวออฟฟิศและผู้สูงอายุ ให้มีกิจกรรมทางกายที่เพิ่มมากขึ้น โดยเลือกใช้ “เก้าอี้” เป็นอุปกรณ์หลัก เพราะเป็นสิ่งที่ทุกบ้านมีและหาได้ง่าย เป็นการออกกำลังกายด้วยการประยุกต์ท่าทางจากศิลปะการป้องกันตัว ท่าเต้น และท่าบอดี้เวทผสมผสานให้เป็นการออกกำลังกายบนเก้าอี้อย่างลงตัว โดยเน้นการขยับแขนและขา สลับซ้ายขวา


ข้อดีอีกหนึ่งอย่างของการออกกำลังกายแบบ Chair exercise คือ ให้แรงกระแทกน้อย ความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุจึงลดลง และอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ผู้สูงอายุขาดไม่ได้ในการจะออกกำลังกายทุกครั้ง ก็คือการวอร์มอัพเตรียมพร้อมร่างกายให้เหมาะกับการออกกำลังกาย และคูลดาวน์จำเป็นต้องทำหลังออกกำลังกายเสมอ เพราะว่าร่างกายเราหลังจากออกกำลังกายหนักแล้ว ถ้าหยุดพักโดยทันทีจะทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน


ท่าของการวอร์มอัพที่เลือกมาใช้ จะเน้นท่าทางที่เคลื่อนไหวง่าย ๆ เช่น การยกแขน ยกขา การดึงเข่า หมุนคอ บิดคอ ส่วนท่าคูลดาวน์จะสอดแทรกความรู้เรื่องการยืดเหยียดที่คนทั่วไปสามารถทำได้ เป็นท่ายืดกล้ามเนื้อต่าง ๆ ทั้งแขนขา คอ ไหล่ เป็นต้น


แล้วต้องออกกำลังกายอย่างไรร่างกายถึงจะสมบูรณ์…หลายคนทราบกันดีว่าอาหารมีทั้งหมด 5 หมู่ แต่มีใครทราบหรือไม่ว่าแล้วการออกกำลังกายก็ถูกแยกเป็นหมู่เหมือนกัน ดังนั้นถ้าอยากให้ร่างกายแข็งแรงยิ่งขึ้นก็ควรต้องทำให้ครบทั้ง 3 หมู่ คือ

  1. หมู่หัวใจ คือ การออกกำลังกายที่ใช้แรงน้อยไปถึงปานกลางแต่ต่อเนื่อง 10 นาทีขึ้นไป เช่น เดิน เต้น ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน หมู่นี้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ระบบทางเดินหายใจ และการไหลเวียนโลหิต

  2. หมู่กล้ามเนื้อ เป็นการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น ดึงข้อ ยกน้ำหนัก ดัมเบล ยางยืด ขวดน้ำ ก็สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ได้ ส่วนนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ กระดูก เพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน

  3. หมู่ยืดเหยียด เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ป้องกันอาการบาดเจ็บ ป้องกันข้อติดยึด (ปวดหลัง ปวดบ่า คอ ไหล่) เพิ่มมุมมองการเคลื่อนไหว เช่น บิดขี้เกียจ โยคะ เป็นต้น เป็นหมู่ที่แนะนำให้ผู้สูงอายุควรทำทุกวัน


นอกจากร่างกายที่ผู้สูงอายุต้องดูแลแล้ว เรื่องของสมองก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเซลล์ในร่างกายมนุษย์จะเริ่มเสื่อมตัวลงหลังอายุ 45 ปี ไม่เว้นแม่แต่เซลล์ของสมอง เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายอีกแบบหนึ่งสำหรับผู้สูงอายุก็คือ การออกกำลังกายสมอง ด้วยการทำกิจกรรมที่ร่างกายไม่ชิน เช่น ท่า "จีบ-แอล" เป็นท่าบริหารสมองให้เกิดการทำงานโดยแยกการสั่งการร่างกายทั้งซีกซ้ายและซีกขวา ซึ่งหากผู้สูงอายุหมั่นทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยชะลอสมองเสื่อมก่อนวัย และฝึกให้สมองส่วนควบคุมกล้ามเนื้อ สามารถทำงานได้อย่างสมดุล ช่วยเสริมความจำและเพิ่มประสิทธิภาพของคลื่นสมอง ทำให้สมองมีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย


เป็นผู้สูงอายุใคร ๆ ก็เป็นได้ แต่คงจะดีกว่า ถ้าหากเราเป็นผู้สูงอายุที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข มีร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคภัยรุมเร้าให้กวนใจ


////////////////////////////////////////////////////

บทความ: โดย บริษัท ออลไรท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ดู 12 ครั้ง0 ความคิดเห็น